วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2552
วันแม่
จริงๆแล้วเป็นคนพะเยาโดยกำเนิด แต่ต้องห่างบ้าน ห่างญาติเพื่อมาเรียนต่างจังหวัด(อยู่ห่างกันต้าง 200 กิโลเมตรแหน่ะ ก็ไม่ไกลเท่าไหร่)
เข้าเรื่องเลยดีกว่า วันแม่ปีนี้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว อดคิดถึงตอนเด็กๆ ตอนเรียนประถม โรงเรียนมีการจัดกิจกรรมวันแม่ให้กับนักเรียน ทุกคนจะได้กราบไหว้แม่ในวันนั้น
มีการมอบดอกให้กับแม่ ยังอยู่ในความทรงจำเสมอ
คิดถึงสมัยเด็กทีไร อดหัวเราะไม่ได้ทุกที ตลกดีน่ะตอนเด็กๆ โดนแม่ตีบ่อยด้วย ก็ไม่ยอมไปโรงเรียน ดื้อสุดครับ ตอนนั้นโกรธสุดๆ ร้องซะดัง ชาวบ้านคงยังไม่ลืม
เสียงเด็กคนนี้แน่
จะให้ลืมได้งัย ครับ ก็ร้องซะขนาดนั้น ได้ยินกันตั้งแต่ปากซอยยันท้ายซอย (ลืมบอกจารย์ไป บ้านอยู่ปากซอยครับ) งอแงสุดๆครับ แต่แม่ก็รักสุดๆด้วยเช่นกัน เป็นลูกคนเล็ก เลย
เอาแต่ใจมากไป
ตั้งแต่มาเรียนเชียงราย อดเป็นห่วงท่านไม่ได้ (คิดถึงแม่ครับ) แม้ว่าจะอยู่กันไม่ไกล ไม่เคยจากบ้านมาไกลๆแบบนี้เลยครับ ทำงัยได้โตแล้ว ก็ต้องหัดเป็นผู้ใหญ่กับเค้า
ซะบ้างซิ
ผมชอบไว้ผมยาว แม่ขอให้ตัดหลายครั้ง แต่ไม่ตัดซักที โอกาสดีครับ วันแม่ทั้งที ลูกคนนี้ จะทำตามที่แม่ขอ ครับ ตัดผมสั้นครับ นั่นแหล่ะ คือสิ่งที่ภูมิใจสุดๆครับ (ไม่
อยากตัดเหมือนกันน่ะกว่าจะยาวได้ เฮ้อ) 12 สค ที่ผ่านมา ยังเหลืออีกสิ่งหนึ่ง ถึงไม่ใช่วันแม่ แต่ก็จะพยายามทำเพื่อแม่ครับ จริงๆก็ไม่ใช่เพื่อแม่ซะทั้งหมดหรอกครับ เพื่อเรา
เองนั่นแหล่ะ คือเรียนตั้งใจเรียนให้มากกว่านี้ จบแล้วครับ
วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2552
เรียนนิเทศฯ เพื่ออะไร?
อาจารย์ให้โจทย์มาว่า
นักศึกษาที่รักทุกๆคน มาเรียนนิเทศทำไมหรอ ?
(นี่ก็เป็นโจทย์ที่ผมชอบน่ะครับ ไม่เคยบอกใครด้วยถ้าจารย์ไม่ถาม เรามาเริ่มกันเลยน่ะครับ)
ในสังคมปัจจุบัน ก็คือตอนนี้นั่นแหล่ะครับ รอบตัวเราเกือบจะทุกขณะจิตเลยก็ว่าได้ ยกเว้นขณะนอนหลับ(น่ะครับ) เราจะเห็นแสงสี เสียง โสต สื่อ หนังสือพิมพ์ ป้ายโฆษณา นิยาย ภาพยนตร์ ดนตรี อินเทอร์เน็ต ข่าวการเมือง การท่องเที่ยว การศาสนา สารพัด แม้กระทั่ง การเรียนการสอนในทุกสถาบันฯ มรช.ก็ด้วย ล้วนต้องการสื่อสิ่งพิพม์ สื่อโสตทัศน์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์
ผมคิดว่าผู้เรียนจบนิเทศศาสตร์ มีการประกอบอาชีพ ตั้งแต่ ครู อาจารย์ นักพูด นักเขียน นักข่าว นักหนังสือพิมพ์ นักการเมือง นักถ่ายภาพ ละครทีวี ละครเวที การแสดงออกทุกประเภท นักวิจารณ์ทุกสื่อ(รวมทั้งสื่อประเภทนั้นด้วยรึป่าวครับ) นักการทหาร นักการตลาด นักโฆษณา นักประชาสัมพันธ์ นักคิด NGO freelance นักธุรกิจทุกประเภทและทุกองค์กร ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ ฯลฯ (พิมพ์มากไป กลัวเดี๋ยวServer ของอาจารย์ จะล่มซะก่อน) เหตุผลง่ายๆแค่นี้ คงพอที่ผมจะมาเรียนนิเทศศาสตร์แล้วครับ
แต่ว่า.....ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่ผมไม่อยากจะบอกซักเท่าไหร่ แต่ก็ต้องบอกล่ะครับ คือ โดยปกติแล้วผมเอง ค่อนข้างจะเป็นคนขี้อาย ก็เลยคิดว่าการเรียนนิเทศนี้อาจจะช่วยให้ผมเอง ที่จะเป็นคนที่มีความกล้ามากขึ้น ไม่มากก็ซักนิดนึงก็ยังดี คงจบไม้เท่านี้ก่อนล่ะครับ
ขอบคุณอาจารย์ เสริมศิริ นิลดำ สำหรับโจทย์ดีๆครับ